1
แผนวิสาหกิจฉบับที่ 4 (ปีงบประมาณ 2545 - 2549)
จากการประมวลยุทธศาสตร์การพัฒนาที่สำคัญในกรอบและทิศทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ม9 ร่างแผนมหาดไทย ฉบับที่ 7 นโยบายของรัฐบาลและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประปาส่วนภูมิภาค การประเมินผลการดำเนินงานที่ผ่านมาการพิจารณาถึง โอกาส ข้อจำกัด จุดอ่อน และจุดแข็งขององค์กร การคาดการณ์สภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนสภาวการณ์ สิ่งแวดล้อมภายนอกที่มีผลกระทบต่อ การประปาส่วนภูมิภาค ในช่วงระยะเวลาของแผนวิสาหกิจ ฉบับที่ 4 การประปาส่วนภูมิภาคจึงได้กำหนดบทบาท รูปแบบและ แนวทางการ ดำเนินงานขององค์กร รวมทั้ง กำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ วัตถุประสงค์หลัก เป้าหมาย แผนการดำเนินงานด้านต่าง ๆ รวมทั้ง กลยุทธ์และแนวทางการดำเนินงานของแต่ละแผนงาน ดังนี้
- บทบาทรูปแบบ และการดำเนินงาน ของการประปาส่วนภูมิภาคในช่วงแผนวิสาหกิจ ฉบับที่ 4
- วิสัยทัศน์
- ภารกิจ
- วัตถุประสงค์หลัก
- เป้าหมาย
- การคาดหมายผลการดำเนินงานด้านกายภาพ
- แผนการดำเนินงาน
- แผนการลงทุน
- แผนการเงิน
- แผนการตลาด
บทบาทรูปแบบ และแนวทางการดำเนินงานของการประปาส่วนภูมิภาคในช่วงแผนวิสาหกิจฉบับที่ 4
ในช่วงแผนวิสาหกิจ ฉบับที่ 4 กล่าวได้ว่า เป็นจุดพลิกผันบทบาท รูปแบบ และแนวทางการดำเนินงานประปาส่วนภูมิภาคเป็นอย่างยิ่ง จะเห็นได้ว่ามีปัจจัยสำคัญที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางประกอบการจัดแผนวิสาหกิจฯ เช่น การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น และแผนการแปรรูปกิจการสาขาด้านน้ำของประเทศไทย เป็นต้น ในด้านการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่นนั้น ถึงแม้หลักการทั่วไปในการพิจารณาถ่ายโอนภารกิจการให้บริการสาธารณะของรัฐให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามที่ปรากฏในร่างแผนการกระจายอำนาจฯ จะพิจารณาภารกิจของส่วนราชการเป็นหลัก สำหรับภารกิจของรัฐวิสาหกิจให้ถ่ายโอนในกรณีเป็นนโยบายของรัฐบาล หรือเมื่อพิจารณาความเหมาะสม และประสิทธิภาพของการบริการสาธารณะที่ประชาชนจะได้รับแล้ว สมควรถ่ายโอนโดยที่ภารกิจทางด้านโครงสร้างพื้นฐานประเภทสาธารณูปโภค (แหล่งน้ำ/ระบบประปาชนบท) กำหนดให้เป็นการถ่ายโอนของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น กรมทรัพยากร
2
ธรณี กรมโยธาธิการ กรมการปกครอง กรมอนามัย และกรมชลประทาน เป็นต้น โดยมิได้กำหนดภารกิจของรัฐวิสาหกิจ การประปาส่วนภูมิภาค ก็พร้อมที่จะถ่ายโอนกิจการประปาบางส่วน ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะต้องมีการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวข้องกับแนวทาง และมาตรการในการถ่ายโอนที่เหมาะสมต่อไป สำหรับแผนการแปรรูปกิจการสาขาด้านน้ำของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการเสนอบทบาท รูปแบบ และแนวทางการดำเนินงาน ของการประปาส่วนภูมิภาค ในอนาคตก็ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษา TASMAN
อย่างไรก็ตาม ในการจัดแผนวิสาหกิจฉบับที่ 4 การประปาส่วนภูมิภาคได้กำหนดบทบาทองค์กรในฐานะที่เป็นผู้ดำเนินกิจการประปา (Operator) กล่าวคือ ผลิตและให้บริการน้ำประปาในเขตจ่ายน้ำ เพื่อให้บรรลุผลตามวิสัยทัศน์ที่จะนำพาองค์กรชั้นดี เพื่อปวงชนที่ให้บริการน้ำประปาอย่างมีคุณภาพ และทั่วถึง โดยจะบริหารจัดการระบบประปาในท้องที่ตั้งแต่เทศบาลตำบลขึ้นไป จนถึงเทศบาทนคร และเมืองพัทยา เช่นที่การประปาส่วนภูมิภาคให้บริการในปัจจุบัน สำหรับชุมชนระดับองค์การบริหารส่วนตำบลกับเทศบาลตำบลขนาดเล็ก ซึ่งเป็นกิจการประปาที่มีระบบไม่ยุ่งยากซับซ้อนมากนัก และไม่ต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ทางด้านวิชาการและเทคโนโลยีในการบริหารจัดการนั้น การประปาส่วนภูมิภาค จะให้บริการในลักษณะเป็นที่ปรึกษา หรือฝึกอบรมทางด้านวิชาการ หรือ การบริหารจัดการ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก ให้สามารถดูแลกิจการประปาท้องถิ่นทั้งระบบได้ด้วยตนเอง บทบาท รูปแบบ และแนวทางการดำเนินงานของการประปาส่วนภูมิภาค ในฐานะผู้ดำเนินกิจการประปา (Operator) อาจปรับเปลี่ยนไป เมื่อผลการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษา Tasman แล้วเสร็จ (ในราวเดือนพฤษภาคม 2544) และเมื่อการประปาส่วนภูมิภาค ได้พิจารณาบทบาท รูปแบบ และแนวทางการดำเนินงานของตนเองได้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหากมีการปรับเปลี่ยนการประปาส่วนภูมิภาค จะได้นำไปปรับปรุงแผนวิสาหกิจ ฉบับที่ 4 ให้สอดคล้องกัน ซึ่งอาจเริ่มได้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2546
วิสัยทัศน์
" เป็นองค์การชั้นดีเพื่อปวงชนที่ให้บริการน้ำประปาอย่างมีคุณภาพทั่วถึงและได้มาตรฐาน "
ภารกิจ
เป็นหน่วยงานที่ให้บริการน้ำประปาและน้ำดิบตามนโยบายของรัฐบาล โดยคำนึงถึงประโยชน์ของรัฐ และสุขอนามัยของประชาชนเป็นสำคัญ ภารกิจหลักของการประปาส่วนภูมิภาค มี 3 ประการ ได้แก่
1. ประกอบและส่งเสริมธุรกิจการประปา และจำหน่ายน้ำดิบ
2. สำรวจ จัดหาแหล่งน้ำดิบ และจัดให้ได้มาซึ่งน้ำดิบ เพื่อจำหน่าย และเพื่อใช้ในการผลิตน้ำประปา
3
3. ดำเนินธุรกิจอื่นที่เกี่ยงกับหรือต่อเนื่องกับธุรกิจการประปา และการจำหน่ายน้ำดิบ
วัตถุประสงค์หลัก
เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ภารกิจ และรูปแบบการดำเนินงานของการประปาส่วนภูมิภาค ในช่วงระยะเวลา 5 ปี จึงได้กำหนดวัตถุประสงค์หลัก ดังนี้
1. ดำเนินการให้มีผลกำไร เพื่อนำไปใช้ในการลงทุน
2. ปรับปรุงองค์กรให้มีประสิทธิภาพ และมีความคล่องตัวสูง
3. พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และมีคุณภาพ
4. เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายให้แก่องค์กร โดยแยกการลงทุนทางด้านธุรกิจและสังคมให้ชัดเจน
เป้าหมาย
เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักดังกล่าวข้างต้น จึงได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงาน ดังนี้
1. ด้านการเงิน
- กำหนดให้มีการลงทุนเฉลี่ยปีละ 6,680 ล้านบาท หรือรวม 5 ปี เป็นเงินประมาณ 33,400 ล้านบาท
- ผลตอบแทนสุทธิต่อสินทรัพย์รวม (ROA) เท่ากับ 3 -5 %
2. ด้านการบริหาร
- เพิ่มผู้ใช้น้ำสุทธิเฉลี่ยปีละ 97,000 ราย
3. ด้านการพัฒนาองค์กร
- พัฒนาบุคลากร โดยจัดสรรงบประมาณด้านฝึกอบรม ไม่น้อยกว่า 0.3 % ของรายได้ในปีงบประมาณเดียวกัน รวมทั้งจัดหาแหล่งเงินทุนจากภายนอกเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
- พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยจัดสรรงบประมาณด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า 1 % ของรายได้ในปีงบประมาณเดียวกัน
- พัฒนาเทคโนโลยีด้านประปา โดยจัดสรรงบประมาณเพิ่มการวิจัยไม่น้อยกว่า 0.1 % ของรายได้ในปีงบประมาณเดียวกัน
4. ด้านการบริหารจัดการ
- พัฒนาระบบบริหารและการจัดการองค์การให้ทันสมัย เป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และมีขีดความคล่องตัวสูง
- ลดน้ำสูญเสียในระบบจ่ายให้เหลือ 25 % ภายในปี 2549
- เพิ่มบทบาทภาคเอกชน โดยให้มีสัดส่วน ปริมาณน้ำที่รับซื้อจากภาคเอกชนต่อปริมาณน้ำจำหน่ายรวม จาก 13.8 % ในปี 2545 เพิ่มเป็น 18.2 % ภายในปี 2549
4
- บริหารจัดการแหล่งน้ำดิบสำหรับกิจการประปาให้เป็นระบบเพื่อให้มีจำนวนเพียงพอและมีคุณภาพเหมาะสมสำหรับผลิตน้ำประปา ทุกสำนักงานประปาตลอดปี
แผนการดำเนินงานและแผนกลยุทธ์ แต่ละด้านมีแนวทางการดำเนินงานดังต่อไปนี้
แผนงานที่ 1 การปรับปรุงด้านการบริหารและการจัดการองค์กร
กลยุทธ์ที่ 1.1 ปรับปรุงโครงสร้าง บทบาท ระบบการบริหาร ระเบียบ และข้อบังคับขององค์กร
- ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารองค์กรให้มีความคล่องตัว ทันสมัย และรอง รับการบริหารงานเชิงธุรกิจให้มากขึ้น
- ปรับปรุงระบบการบริหารเพื่อนำไปสู่การบริหารแบบหน่วยธุรกิจเชิงกลยุทธ์ (Satrategic Business Unit) ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อหารายได้มาชดเชยกิจการที่รัฐควบคุมอยู่
- นำระบบการบริหารควบคุมคุณภาพ (Total Quality Management) มาปรับใช้กับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
- กระจายการบริหารไปสู่ส่วนภูมิภาค โดยเน้นการกระจายอำนาจการจัดการด้านต่าง ๆ โดยนำแนวคิดในการจัดศูนย์กำไรมาใช้ เพื่อให้การบริหารภายในมีประสิทธิภาพ และคล่องตัว
- ปรับปรุงข้อบังคับ ระเบียบ และแก้ไขวิธีดำเนินการให้เหมาะสมยิ่งขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านการบริหารภายใน และการให้บริการประชาชนให้เป็นลักษณะ One Stop Service โดยที่การปรับปรุงจะต้องเปิดโอกาสให้มีการแสดงความเห็นอย่างเปิดกว้าง
- รับโอนประปาท้องถิ่นตามความเหมาะสมและจำเป็นโดยได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล
โอนคืนประปาท้องถิ่นที่มีระบบผลิต-จ่าย ไม่ซับซ้อน และประปาตามที่ท้องถิ่นร้องขอ
ทั้งนี้ขึ้นกับความพร้อมของแต่ละท้องถิ่นและองค์กร
- พิจารณาจัดตั้งบริษัทในเครือตามความเหมาะสมและสภาพการณ์
- ศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบที่มีต่อการประปาส่วนภูมิภาค พนักงาน และผู้ใช้น้ำ ในการจัดตั้งเป็น Holding Company หรือบริษัทจำกัด ตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ
กลยุทธ์ที่ 1.2 นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการบริหาร
- นำระบบอัตโนมัติมาช่วยในการควบคุมการผลิตและจ่ายน้ำเพิ่มขึ้น
- นำระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยในการบริหารกิจการประปาทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
- ให้เอกชนเข้าร่วมพัฒนาและปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
กลยุทธ์ที่ 1.3 ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงาน
- ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งโครง การต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
- กำหนดดัชนีวัดผลการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานที่เป็นรูปธรรมชัดเจน
5
กลยุทธ์ที่ 1.4 ปรับปรุงระบบการจัดการพัสดุ
- จัดทำมาตรฐานครุภัณฑ์
- จัดระบบการจัดการพัสดุในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
- ปรับปรุงข้อบังคับการจัดซื้อ และจัดจ้าง ของการประปาส่วนภูมิภาคให้เกิดความคล่องตัว และกระจายอำนาจไปสู่สำนักงานประปาให้มากที่สุด
กลยุทธ์ที่ 1.5 ฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร
- ปฐมนิเทศพนักงานที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของการประปาส่วนภูมิภาค ภาระหน้าที่ของพนักงานต่อองค์กร มนุษย์สัมพันธ์ในการทำงาน และจริยธรรมของพนักงานของรัฐ
- ปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาตนและพัฒนางานให้พนักงานทุกระดับชั้นมีความรู้ความสามารถ ทักษะ และทัศนคติที่เหมาะสม รวมทั้งให้มีคุณธรรมจริยธรรม และอุดมการณ์ที่มุ่งประโยชน์ของส่วนรวม โดยมีเนื้อหาหลักสูตรฝึกอบรม/สัมมนา ที่ครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยี การประปา คอมพิวเตอร์ ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (On the job training) ในวิชาชีพและทางด้านบริหาร และฝึกอบรมความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษ
- พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรม และสัมมนาเพื่อพัฒนานักบริหารทุกระดับเพื่อให้มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่เหมาะสม ขณะดำรงตำแหน่ง และก่อนเข้ารับตำแหน่ง โดยมีวิธีการฝึกอบรม และพัฒนาที่เป็นระบบ มุ่งสร้างความสามารถ และทักษะในวิชาชีพหลัก และทางด้านบริหาร
- ส่งเสริมให้พนักงานไปฝึกอบรม/สัมมนาในหลัดสูตรที่จัดโดยหน่วยงานภายนอก โดยพิจารณาถึงความจำเป็นและประโยชน์ที่การประปาส่วนภูมิภาคจะได้รับเป็นหลัก
- ส่งเสริมให้พนักงานไปสอบแข่งขันเพื่อรับทุนไปฝึกอบรม/สัมมนา หรือศึกษาเพิ่มเติม รวมทั้งให้ลาไปศึกษาเพิ่มเติม ณ สถาบันต่าง ๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
- ส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกทั้งในประเทศและต่างประเทศในการจัดฝึกอบรม/สัมมนา และแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการประปา เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาความรู้และความสามารถของบุคลากร
- เปิดโอกาสให้หน่วยงานภายนอกมาศึกษาดูงาน เพื่อสร้างสัมพันธภาพ และภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กร และให้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น
- ปัจฉิมนิเทศพนักงานซึ่งจะเกษียณอายุงาน โดยการเตรียมให้ผู้จะเกษียณอายุงานมีความรู้
ด้านการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจ ความรู้ด้านกฏหมาย รวมทั้งการใช้เวลาภายหลังการ
6
เกษียณอายุงานอย่างมีคุณค่าและมีความสุข
กลยุทธ์ที่ 1.6 จัดทำแผนกำลังคน
- ปรับปรุงการวางแผนกำลังคนให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมขององค์กร โดยตรวจสอบวิเคราะห์ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ
- กำหนดแผนอัตรากำลังระยะ 5 ปี โดยคำนึงถึงการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาปฏิบัติงาน และการให้เอกชนเข้ามารับช่วงการดำเนินงานในบางส่วน
- ปรับปรุง Job Description ของตำแหน่งต่าง ๆ
- กำหนดสัดส่วนกำลังคนให้สอดคล้องกันทั้งในด้านกลุ่ม คุณวุฒิ สาขาวิชาชีพ และประสบการณ์
- สร้างระบบการสรรหา คัดเลือก บุคคลในเชิงรุกให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณภาพมาไว้กับองค์กร
- ปรับปรุงระบบการแต่งตั้งพนักงานให้เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ และการบริหารงานเชิงธุรกิจให้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้โดยมุ่งเน้นคุณภาพและผลงานของบุคคลเป็นหลัก
- ปรับปรุงระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ส่งเสริมให้พนักงานมีวินัยด้วยตนเอง (Self Discipline) และรักษาบุคลากรที่ดีมีคุณภาพไว้กับองค์กร
- ดำเนินโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด เพื่อจัดรูปแบบองค์กรให้มีขนาดที่เหมาะสมกับการดำเนินกิจการแบบกึ่งเอกชน
- ศึกษาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงานการประปาส่วนภูมิภาค สำหรับโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด พร้อมทั้งแนวทางการแก้ไข
- ประสานงานจัดตั้งกองทุนสวัสดิการพนักงานการประปาส่วนภูมิภาค
กลยุทธ์ที่ 1.7 ปรับปรุงสวัสดิการ และแรงงานสัมพันธ์
- ปรับปรุงกฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับแรงงานสัมพันธ์ให้เหมาะสม
- ส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานในระดับต่าง ๆ มีโอกาสแลกเปลี่ยนทัศนะซึ่งกันและกัน และมีส่วนร่วมในการบริหารองค์กรอย่างกว้างขวาง
- ปรับปรุงสภาพแวดล้อมและบรรยากาศในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น
- ปรับปรุงและพัฒนาสวัสดิการของพนักงานรูปแบบต่าง ๆ เพิ่มขึ้น เช่น การทำสัญญากับโรงพยาบาลเอกชนในการรักษาพยาบาล เป็นต้น
- การจัดทำกิจกรรม และโครงการส่งเสริมสุขภาพ การมีสถานที่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย การปรับปรุงคุณภาพรถบริการ และศูนย์เลี้ยงเด็กกลางวัน การประปาสุขภาพและอุบัติเหตุ
7
แผนงานที่ 2 การเงินและการลงทุน
กลยุทธ์ที่ 2.1 จัดทำแผนการเงิน
- ปรับปรุงโครงสร้างอัตราค่าน้ำประปาและค่าบริการให้เหมาะสม และสอดคล้องกับต้นทุน
- จัดหารายได้เสริมนอกเหนือจากการจำหน่ายน้ำประปา เช่น จำหน่ายน้ำดิบหรือบริหารจัดการสินทรัพย์เพื่อให้ได้ผลติอบแทนทางด้านการเงินที่เหมาะสม เป็นต้น
- ควบคุมค่าใช้จ่าย รวมทั้งด้านบุคลากรให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
กลยุทธ์ที่ 2.2 ปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริหารการเงิน
- ปรับปรุงระบบ และวิธีการจัดเก็บค่าน้ำ ของสำนักงานประปาให้มีประสิทธิภาพ
- ควบคุม กำกับดูแล ตัวเลขหนี้ที่กู้ยืมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
- ปรับปรุงระบบบัญชี การเงิน และงบประมาณอย่างต่อเนื่อง
- จัดทำแผนการเงินระยะสั้นและระยะยาว
กลยุทธ์ที่ 2.3 จัดทำแผนการลงทุน
- กำหนดกรอบแผนการลงทุน โดยแยกการลงทุนทางด้านธุรกิจและด้านสังคม โดยคำนึงถึงสถานะการเงินของการประปาส่วนภูมิภาคเป็นสำคัญ
- ลงทุนในโครงการที่มีผลตอบแทนสูง
- ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเพื่อหารายได้เสริม
กลยุทธ์ที่ 2.4 จัดทำแผนการจัดหาแหล่งเงินทุน
- ให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในกิจการประปา
- จัดหาแหล่งเงินกู้ต่างประเทศหรือภายในประเทศ แบบเงื่อนไขผ่อนปรน และ/หรือ อัตราดอกเบี้ยต่ำ
- ออกพันธบัตรเพื่อกู้เงินจากภายในประเทศ
- ระดมเงินทุนผ่านบริษัทในเครือ
- การประสานงานกับหน่วยงานสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง เพื่อของบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาลในการดำเนินการร่วมในพื้นที่เดียวกัน
แผนงานที่ 3 การนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในกิจการประปา
กลยุทธ์ที่ 3.1 ศึกษาวิจัยและพัฒนา หรือแสวงหาผลการวิจัยพัฒนาเพื่อนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพมาใช้ในกิจการประปา
- ศึกษาหรือจ้างบริษัทที่ปรึกษาจัดทำโครงการวิจัยและพัฒนาในหัวข้อเรื่องการปรับปรุงการให้บริการผู้ใช้น้ำ และการลดอัตราน้ำสูญเสีย
8
- ให้ทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาสำหรับพนักงานการประปาส่วนภูมิภาค หรือบุคคลภายนอก เพื่อจัดทำวิจัยเกี่ยวกับงานประปา หรืองานที่เป็นประโยชน์ต่อการประปาส่วนภูมิภาค
กลยุทธ์ที่ 3.2 เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และการส่ง-จ่ายน้ำ
- ขยายผลการใช้ระบบ SCADA ไปยังสำนักงานประปาที่มีความเหมาะสม
- ขยายผลระบบควบคุมการผลิตแบบอัตโนมัติให้เต็มรูป
- นำระบบ Energy Audit มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ
กลยุทธ์ที่ 3.3 ริเริ่มการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้
- ทดลองใช้ระบบประหยัดพลังงานไฟฟ้าในระบบประปา
- ทดลองนำระบบผลิตน้ำประปาทางเลือก เช่น ระบบ Reverse Osmosis มาใช้เพื่อประโยชน์ในเชิงวิชาการ และการเปรียบเทียบกับการผลิตในรูปแบบปกติ
กลยุทธ์ที่ 3.4 ส่งเสริม พัฒนา และปรับปรุงชุดผลิตน้ำประปาเคลื่อนที่กรณีฉุกเฉิน
- สำรองชุดผลิตน้ำประปาเคลื่อนที่ฉุกเฉินทางรถ
- สำรองชุดผลิตน้ำประปาเคลื่อนที่ฉุกเฉินทางเรือ
กลยุทธ์ที่ 3.5 พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้รองรับตามความต้องการใช้และสร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร
- พัฒนาระบบเครือข่ายภายในการประปาส่วนภูมิภาค
- พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์สำหรับเก็บข้อมูลและเชื่อมโยงเครือข่ายอินเตอร์เน็ต สำหรับให้บริการจดหมายอิเล็คโทรนิคเมลล์ และถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล
- พัฒนาระบบเครือข่ายภายในสำนักงาน เพื่อสนับสนุนการเรียกใช้ข้อมูลร่วมกับหน่วยงาน/บุคคลภายนอก
- จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์การจัดการและเชื่อมโยงเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
แผนงานที่ 4 การเพิ่มบทบาทภาคเอกชนในกิจการประปา
กลยุทธ์ที่ 4.1 กำหนดบทบาทภาคเอกชนในกิจการประปาที่เหมาะสม
- ดำเนินการตามผลการศึกษาการเพิ่มบทบาทภาคเอกชน
กลยุทธ์ที่ 4.2 จัดทำแผนประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุน ในกิจการประปา
- เผยแพร่ข้อมูลขาวสารเกี่ยวกับการให้เอกชนร่วมลงทุน เช่น วารสารน้ำ การเผยแพรข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เป็นต้น
แผนการลงทุน
การลงทุนในช่วงแผนวิสาหกิจ ฉบับที่ 4 นั้น การประปาส่วนภูมิภาคได้พิจารณาลงทุนโครงการ
9
ที่ให้ผลตอบแทนในทางธุรกิจและเพื่อบริการสังคม เพื่อให้สอดคล้องกับแผนงาน และภาพกิจของการประปาส่วนภูมิภาค ในช่วงแผน 5 ปี ซึ่งในแผนวิสาหกิจฉบับนี้ การประปาส่วนภูมิภาค จะดำเนินการปรับปรุงขยายระบบประปา ประมาณปีละ 20 แห่ง การปรับปรุงระบบประปาหลังรับโอน การวางท่อขยายเขตจ่ายน้ำไปยังหมู่บ้านในชนบท การพัฒนาและจัดการแหล่งน้ำ รวมทั้งการลดอัตราน้ำสูญเสีย
จากการคาดหมายผลการดำเนินงานด้านกายภาพ ในด้านเป้าหมายจำนวนผู้ใช้น้ำ จำนวนผู้ใช้น้ำเพิ่มสุทธิ ปริมาณการผลิตน้ำประปา ปริมาณการจำหน่ายน้ำประปา และปริมาณน้ำสูญเสีย คาดว่า การประปาส่วนภูมิภาคจะต้องใช้เงินลงทุนในช่วงระยะเวลา 5 ปี ประมาณ 33,400 ล้านบาท (วงเงินเต็มโครงการ)
การประปาส่วนภูมิภาคจะลงทุนในพื้นที่ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าต่อการลงทุนด้วยเงินรายได้ หรือเงินกู้ หรือเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในบางโครงการ หรือขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเป็นบางส่วน เช่น โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ และโครงการลดน้ำสูญเสีย เป็นต้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 73 ของกรอบวงเงินลงทุนรวม
สำหรับการลงทุนในโครงการที่ไม่คุ้มทุน หรือเป็นการลงทุนทางสังคม การประปาส่วนภูมิภาคจะดำเนินการโดยเงินอุดหนุนจากรัฐบาลทั้งหมด เช่น โครงการปรับปรุงประปาหลังรับโอน และโครงการเร่งรัดขยายประปาชนบท เป็นต้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 12 ของกรอบวงเงินลงทุนรวม
เงินลงทุนของการประปาส่วนภูมิภาค สามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือส่วนที่ใช้เงินอุดหนุนจากรัฐบาล และส่วนที่ใช้เงินรายได้/พันธบัตร เป็นภาระการเงินขององค์กร ซึ่งโดยเฉลี่ยทั้ง 5 ปี สัดส่วนเงินอุดหนุนต่อเงินรายได้/พันธบัตร เท่ากับ 62 : 38 (ไม่รวมเงินลงทุนจากภาคเอกชน) รายละเอียดประมาณการแหล่งเงินลงทุนและสัดส่วนแหล่งเงินลงทุนในช่วงระหว่างปีงบประมาณ 2545 -2549
นอกจากนี้ การประปาส่วนภูมิภาค ยังมีนโยบายให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมลงทุนในกิจการประปา ซึ่งเป็นการลดภาระการลงทุน ของการประปาส่วนภูมิภาค สำหรับการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการประปา จะเป็นไปในรูปแบบที่ผ่านมา คือ ดำเนินการเป็นรายพื้นที่ตามความเหมาะสมของพื้นที่นั้น ๆ หรือจะดำเนินการเป็นกลุ่มพื้นที่/โซน โดยจำแนกตามสภาพภูมิศาสตร์ หรือความเหมาะสมของแหล่งน้ำ ยังคงต้องรอผลการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษาเสียก่อน
อย่างไรก็ตาม ในแผนวิสาหกิจฉบับที่ 4 ประมาณการว่าสัดส่วนค่าซื้อน้ำประปาจากเอกชนเทียบกับรายได้ค่าน้ำจะเพิ่มขึ้นจาก 10.8% ในปี 2545 เป็น 23.1% ในปี 2549 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 800 ล้านบาทในปี 2545 และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2,650 ล้านบาท ในปี 2549 หรืออีกนัยหนึ่ง ปริมาณ
น้ำที่การประปาส่วนภูมิภาคจะรับซื้อจากภาคเอกชนต่อปริมาณน้ำจำหน่ายรวม คิดเป็นสัดส่วน 13.8% ในปี 2545 และเพิ่มขึ้นเป็น 18.2% ในปี 2549
10
แผนการเงิน
ในช่วงปี 2545 -2549 การประปาส่วนภูมิภาคจะบริหารการเงิน และสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยดำเนินกิจการให้มีรายได้ เหลือพอที่จะใช้หนี้เงินกู้ และดอกเบี้ยที่ใช้ สำหรับการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งหนี้ที่เกิดจากการลงทุนใหม่ ทั้งนี้จะต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ให้กลไกราคาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ อัตราค่าน้ำ ค่าบริการ และค่าติดตั้ง จะต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยกำหนดเป้าหมายในการบริการการเงินไว้ ดังนี้
1. นำเทคนิคการบริหารการเงินมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการเงิน และบริหารเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหาเงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ ระยะปลอดหนี้ยาว และเวลาผ่อนชำระยาว รวมทั้งจัดให้มีข้อมูลทางการเงิน เพื่อสามารถใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ปรับปรุงโครงสร้างอัตราค่าน้ำให้สอดคล้องกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินการโดยใช้สูตรการปรับอัตราค่าน้ำประปาอัตโนมัติ
3. พัฒนาการระบบบัญชี และการเงินให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือของผู้บริหารในการตัดสินใจ
4. กำหนดเป้าหมายสำคัญของอัตราส่วนทางการเงินให้สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ
- อัตราส่วนกำไรสุทธิต่อภาระการชำระคืนเงินกู้ (Debt Service Coverage) ไม่น้อยกว่า 1.5 เท่า
- ตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม (ROA) ประมาณร้อยละ 3-5
- อัตราค่าใช้จ่ายบุคลากรต่อต้นทุนรวม เท่ากับหรือน้อยกว่า ร้อยละ 30
แผนการตลาด
เพื่อให้ปริมาณการจำหน่ายน้ำประปาและรายได้ของการประปาส่วนภูมิภาคเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ การประปาส่วนภูมิภาค จะเน้นกลไกมาตรการด้านการตลาดในทุกวิถีทาง ควบคู่ไปกับการดำเนินงานด้านอื่น ๆ โดยกำหนดเป็นแผนระยะสั้นและระยะยาว เช่น การให้ความสำคัญกับการผลิตน้ำประปาที่มีคุณภาพ ปลอดภัย สามารถดื่มได้จากก๊อก การเพิ่มความถี่ของการออกหน่วยพบปะประชาชน การให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้น้ำประปาที่ประหยัดและมีคุณค่าผ่านสื่อชนิดต่าง ๆ การประชาสัมพันธ์การใช้น้ำในเชิงรุกให้มากขึ้น การเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วให้กับประชาชนในการติดต่อขอติดตั้งประปาและบริการอื่น ๆ การกำหนดราคาค่าน้ำที่เหมาะสมและเป็นธรรม การลดค่าน้ำประปาในโอกาสสำคัญ ๆ ตลอดจนการกำหนดแผนการผลิตให้สอดคล้อง กับแผนการตลาด และแผนการเงินเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการบริหารระบบประปาในเชิงธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ เป็นต้น
11
เอกสารอ้างอิง
http://www.pwa.co.th/document/affair.htmhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84